ไม่มีหมวดหมู่

cscs design review2000 by Mr. T

article2002-05-03_01

การทำงานของโปรแกรม
Update ล่าสุดวันที่ 28 มีนาคม 2545
Update 3 เมษายน 2545 :อธิบาย Refresh Event,Command Function

การติดต่อระหว่าง Computer กับ Microcontroller จะติดต่อผ่าน RS232 ซึ่งจะมีวิธีการรับส่งเป็นลำดับในการรับข้อมูลจาก Microcontroller จะรับมาทั้งหมด 13 Byte แบ่งเป็น Digital Input 5 Byte(มีทั้งหมด 5X8=40 Input) Analog Input 8 Byte(รับจาก ADC 8 Bit 8 Channel) เมื่อ Computer รับข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว จะนำมาเก็บลงฐานข้อมูลมีโครงสร้างดังนี้ คือ Number(Number ของ Input โดยที่ 1-40 เป็นของ Digital Input,41-48 เป็นของ Analog Input) ,Address (หมายเลขของ Point มี Digital Input,Analog Input)และ Value เช่น รับข้อมูล Byte แรกเป็น A7=10100111 ดังนั้นค่าที่ Number 1,2,3,6,8 เป็น 1 Number 4,5,7 เป็น 0 แต่เนื่องจากว่าเรามีชนิดของ Digital Input อยู่ 2 ชนิดคือ Alarm(1 bit ,2 สถานะ ส่วนใหญ่จะมีสถานะเป็น Normal,Alarm เช่น สถานะของ Smoke Detector) กับ Status(2 bit,4 สถานะ เช่น สถานะของประตู ก็จะมี Open,Close,Moving(ประตูอยู่ตำแหน่งกลางไม่เปิดไม่ปิด หรือ ปิดไม่สนิท),Error(เกิดจากอุปกรณ์รับสัญญาณของเราเองเช่น ตัว Micro Switch เสีย เป็นต้น) ดังนั้นเราจะต้องทำการ combine bit ยกตัวอย่างเราได้ข้อมูลมาเป็น

แนะนำโปรแกรม Digital Works 3.04

article2002-04-26_01

โปรแกรมช่วยเรียนรู้ระบบดิจิตอลตัวนี้ออกมาให้เราได้ใช้กันตั้งแต่ปีที่แล้ว และตัวที่แจกให้ download ฟรีนี้ก็มีความสามารถเพียงพอต่อการเรียนรู้ดิจิตอลเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ยังคงใช้งานง่ายเหมือนเวอร์ชั่นเก่า แต่ยังมีข้อเสียที่ไม่ได้รับการปรับปรุงคือไม่สามารถทำการหมุนตัวอุปกรณ์ได้ และก็ไม่รู้ว่าในรุ่นเสียเงินจะสามารถหมุนได้หรือเปล่าแต่ที่แน่ๆคือในรุ่นเสียเงินจะมี ic และ datasheets ให้ใช้งานถึง 74000 เบอร์ จุใจเลยทีเดียว ในส่วน Help ก็ทำได้ละเอียดดีมาก

วิธีใช้โปรแกรม Hyperterminal สำหรับติดต่อกับ micro

article2001-12-12_01

การทดลองใช้ microcontroller ติดต่อกับคอมพิวเตอร์แบบ serial นั้นเราสามารถใช้ hyperterminal ที่ติดมากับ windows เป็นตัวทดสอบการทำงานได้ และเราสามารถกดคีย์บอร์ดเพื่อส่งให้กับ microcontroller ได้ เริ่มจากคลิก
Start –> Program –> Accessories –> Communications –> HyperTerminal และเลือกที่ไฟล์ Hypertrm.exe ดังรูป

Flowchart ของ Microcontroller สิ่งที่ควรทำ

article2001-07-22_01

การเขียน Flow chart ก่อนเขียนโปรแกรมเป็นสิ่งที่ควรจะทำอย่างยิ่ง ถ้าโปรแกรมของเรามีเงื่อนไขเพียงเล็กน้อยก็คงไม่ต้องสนใจมาก แต่เมื่อใดที่เงื่อนไขมากขึ้นจะทำให้เรารู้สึกสับสน การเขียน Flow chart จะช่วยขจัดปัญหานี้ออกไป การเขียนโปรแกรมจะมีความเป็นขั้นตอนมากขึ้น สามารถมองแยกการทำงานออกเป็นส่วนๆได้อย่างชัดเจน แต่ต้องออกตัวก่อนว่าทุกอย่างที่ผมกล่าวมาหรือกำลังจะกล่าวต่อไปจะถูกต้องทั้งหมด ฉนั้นถ้ามีข้อผิดพลาดก็ต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ สัญลักษณ์ของ Flow chart ที่ใฃ้กับ Microcontroller มีเพียง 3 สัญลักษณ์เท่านั้น จึงง่ายต่อการใช้งานและจำ ใช้ตอนเริ่มและจบโปรแกรม ใช้แสดงเงื่อนไขหรือการตัดสินใจ ใช้บอกถึงการกระทำ ยกตัวอย่างโปรแกรมเปิด LED1 ควบคุมด้วย S1 โดยเมื่อกด S1 จะทำให้ LED ติดสว่าง และจบโปรแกรมควรทำทุกครั้งก่อนการเขียนโปรแกรมให้ติดเป็นนิสัย

แปลงจอย playstaion ให้ใช้กับ pc

article2001-07-20_01

อาจจะเก่าไปแล้วสำหรับเรื่องนี้ ก็เก็บเอาไว้กันลืม จากรูปวงจรไม่มีอะไรมาก รูปแรกจะเป็นการต่อกับจอยส่วนรูปที่สองจะเป็นการต่อกับ memory card ไว้สำหรับทำ action replay ก็ได้ ข้อมูลอื่นๆและ driver สามารถ download ได้ที่เวบผู้คิดค้น http://www.ziplabel.com ครับรูปที่ 1

ความสัมพันธ์ของ RMS,AVG และ PEAK

ในการกำหนดหน่วยของแรงดันและกระแสไฟฟ้ามักจะพบว่า มีตัวอักษรต่อท้ายจากหน่วยของแรงดันและกระแสไฟฟ้าเสมอ ตัวอักษรที่พบเห็นกันมี 3 ประเภทคือ

RMS
คือ Root Mean Square เป็นตัวบ่งบอกว่าแรงดันหรือกระแสนั้นๆเป็นแรงดันหรือกระแสที่เกิดขึ้นจริงๆบนโหลดโดยปกติแล้วจะไม่สามารถวัดได้โดยตรง ต้องอาศัยการคำนวณจึงจะได้ค่าแรงดันหรือกระแสที่เป็น RMS ออกมา

AVG
(Average) คือค่าเฉลี่ยของแรงดันหรือกระแส

sensor with microcontroller

ที่นำเรื่องนี้มาลงสืบเนื่องมาจากมีคนขอเข้ามาทางเวบบอร์ด ผมเองก็ยังไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ sensor ซักเท่าไร จึง
ไปค้นๆจากในหนังสือมา จริงๆแล้ว sensor ทุกชนิดที่เรารู้จักนั้นสามารถประยุกต์ใช้ในงานไมโครคอนโทรลเลอร์ได้ทั้งนั้นโดยอาจจะผ่านทางวงจร interface แต่ที่เห็นบ่อยที่สุดก็จะเป็น

ไอซีตรวจจับอุณหภูมิ
ปัจจุบันนิยมใช้เบอร์ DS1820 มีเพียง 3 ขา โดยเชื่อมต่อกับระบบบัส ไฟเลี้ยงและกราวด์ มีความละเอียดของข้อมูล
อุณหภูมิถึง 16 บิต ส่วนข้อมูลอื่นๆของ ic เบอร์นี้นั้นผมเองยังไม่มี ถ้ามีเพิ่มเติมจะเอาไปไว้ที่ e-book

E-Book Libraly

article2000-12-29_01

ผมเองชอบเก็บพวก E-Book ไว้พอสมควร ทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เวลาไปเจอที่ใหน ก็จะ save มาเก็บเอาไว้ อย่างที่เราๆรู้กันอยู่ว่า internet มีทุกอย่างที่เราอยากรู้ แต่กว่าจะหาในสิ่งที่เราต้องการพบนั้นอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร จึงคิดได้ว่าในเมื่อบางอย่างผมมีอยู่แล้ว ก็ควรจะเอามาบอกให้ได้รู้กัน เพื่อนๆจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาอีก ก็เลยเพิ่มหน้า Libraly ขึ้นมา ไฟล์ใหนที่ผมจำได้ว่าเอามาจากใหนผมจะทำลิ้งค์ให้มันโหลดจากแหล่งที่มาเลยเพื่อประหยัดเนื้อที่ ของ host (domaindlx) ที่ผมใช้อยู่เพราะเขาให้แค่ 15M เท่านั้น แต่ถ้าไฟล์ใหนจำไม่ได้หรือลิ้งต้นทางเสียก็จะอัพโหลดขึ้นไว้ให้ ส่วนใครที่อยากแบ่ง E-Book ที่ตัวเองมีให้เพื่อนๆบ้างก็ติดต่อผมได้เลยโดย attach file มากับเมล์ที่ dumber@micro4dev.com ยินดีรับทุกนามสกุลครับไม่ว่าจะเป็น *.pdf, *.txt, *.doc , *.* ขอแค่ให้เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เท่านั้นครับ หรือจะบอก URL มาก็ได้ ช่วยกันส่งเข้ามานะครับ แล้วอย่าลืมบอกชื่อคนแนะนำด้วยล่ะผมจะได้บอกเพื่อนๆถูก

ลักษณะของวงจรขยายกำลัง (จาก sheet ที่ผมใช้เรียน)

วงจรขยายกำลังมีอยู่หลายชนิด สามารถแบ่งได้ตามลักษณะของจุดทำงานไฟตรง ( Quiescent point ,Q-point) ซึ่งจะแบ่งวงจรขยายออกได้เป็น 4 แบบ ใหญ่คือ วงจรขยาย Class A ,Class B ,Class AB และ Class C ตามลำดับ

วงจรขยาย Class A วงจรขยาย Class A ก็คือวงจรขยายเชิงเส้น เป็นวงจรที่กำหนดจุดทำงาน ที่ประมาณกึ่งกลางเส้นโหลด โดยวงจรนี้จะทำงานเป็นวงจรขยายเชิงเส้นในกรณีที่สัญญาณอินพุตขนาดน้อยๆ

รูปแบบพื้นฐานของวงจรกรองความถี่ (จาก sheet ที่ผมใช้เรียน)

ูรูปแบบพื้นฐานของวงจรกรองความถี่ Filter มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบคือ

1.) วงจรกรองความถี่ต่ำผ่าน (Low-Pass Filter ,LPF) เป็นวงจรที่ยอมให้ความถี่ต่ำผ่านไปได้ดี และทำการลดทอนสัญญาณที่มีความถี่สูงออกไป

2.) วงจรกรองความถี่สูงผ่าน (High-Pass Filter ,HPF) เป็นวงจรที่ยอมให้ความถี่สูงผ่านไปได้ดี และทำการลดทอนสัญญาณที่มีความถี่ต่ำออกไป

3.) วงจรกรองแถบความถี่ผ่าน (Band-Pass Filter ,BPF)