บทความนี้เป็นบทความเก่าที่อยู่ด้าน menu แค่ย้ายเอามาอยู่ในกลุ่มของ Article เท่านั้นเอง จะได้เป็นกลุ่มเดียวกัน
IDE หรือ ATA (AT attachment) นั้นคือสิ่งเดียวกันเป็นการออกแบบ disk drive ให้มีตัวควบคุมอยู่บน disk driveเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในเครื่อง PC ผู้ที่สร้าง IDE คือ Wastern Digital และ Compaq (ในปี 1986) โดยปรับปรุงมาจาก ST -506 และ ST -412 ของ IBM โดยใช้สายที่มี connector ขนาด 40 ขา ทำการเชื่อมสัญญาณและมีได้ 2 อุปกรณ์ คือ master และ slave บน controllor 1 ตัว ซึ่ง hardisk นั้นมีความ
จุจำกัดอยู่ที่ 504 Mbytes หรือ 528,482,304 bytes (512 bytes * 63 sector * 1024 cylenders * 16 heads)
ATA-2 พัฒนาขยายส่วนจาก ATA ไม่เพียงแต่เพิ่มความเร็วขึ้นด้วย PIO mode หรือแม้แต่ DMA mode เท่านั้น แต่ยังเพิ่มคำสั่งที่จำแนกตัว drive เพื่อให้ software รับรู้ อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของระบบ Plug 'n Play นอกจากนี้ยังมีหนทางใหม่ๆในการกำหนดตำแหน่งของ sector ใน hardisk (LBA) เพื่อทำลายกำแพงความจุของ hardisk ในอดีตที่มีขนาดได้ไม่เกิน 504MB ลงได้ และทำให้มาตรฐานใหม่นี้มีความจุสูงสุดที่ 100 GB
ATA-3 ได้รับการปรับปรุงในหลายส่วน เช่น เพิ่มความน่าเชื่อถือ, PIO mode 4, ระบบ password, ระบบประหยัดพลังงาน, และระบบตรวจวิเคราะห์ตนเองและรายงาน S.M.A.R.T (Self Monitoring Analysis and Report Technology) ATA-3 ไม่ได้กำหนดความเร็วที่สูงกว่า แต่ก็มีผู้ผลิตบางรายได้ทำขึ้นและเรียกว่าเป็น PIO mode 5
ATA Packet Interface (ATAPI) เป็นมาตรฐานในการออกแบบผลิตภัณฑ์เช่น CD-ROM หรือ TAPE ให้สามารถใช้ port เดิมของ IDE ได้
Ultra-ATA คล้ายกับ Ultra SCSI ซึ่งเป็นตัวเชื่อมเพื่อลดช่องว่างระหว่าง ATA-3 กับ ATA-4 ซึ่ง Ultra-ATA ได้เพิ่มเติมในเรื่องการ DMA/33 ซึ่งเร็วเป็น 2 เท่า ของ DMA mode 2
ATA-4 เป็นความพยายามที่จะรวมเอา ATA-3 และ ATAPI เข้าด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดต้องมีความเร็วเทียบเท่ากับ Ultra ATA หรือ DMA/33 ได้
The Secondary port ข้อจำกัดในอดีตนั้นที่สามารถมี IDE ได้เพียง 2 อุปกรณ์ได้หมดไปแล้ว เมื่อเราได้เพิ่มเติมส่วนที่เรียกว่า secondary hardisk interface หรือ EIDE ซึ่งจะทำให้สามาถต่อได้ถึง 4 อุปกรณ์


